ประเด็นน่าสนใจ
“ตาลปัตร” เกิดที่ลังกา แล้วต่อด้ามยาวที่เมืองไทย
[7 กรกฎาคม 2559 15:27 น.]จำนวนผู้เข้าชม 2043 คน
“ตาลปัตร” เกิดที่ลังกา แล้วต่อด้ามยาวที่เมืองไทย
            ตาลปัตร เป็นเครื่องใช้หนึ่งของสงฆ์ และมักใช้เสมอในการแสดงธรรมหรือสวดอภิธรรม แรกเริ่มมีที่มาจาก พัดใบตาล ด้ามสั้น ซึ่งพระสงฆ์ใช้โบกพัดไล่แมลงและพัดคลายความร้อน
            ณัฐพล ทองนาค อธิบายไว้ในวิทยานิพนธ์เรื่อง พระพุทธรูปทรงถือตาลปัตรในประเทศไทย ที่มาและความหมาย ว่า ธรรมเนียมการถือตาลปัตรของพระสงฆ์เป็นคติเก่าแก่ที่มีมานานแล้ว คาดว่าน่าจะเริ่มต้นขึ้นในลังกาก่อน ดังปรากฏในคัมภีร์วิมติวิโนทนีฎีกา ซึ่งได้รับการแต่งขึ้นในลังกา ที่ได้อธิบายถึงการใช้ตาลปัตรไว้ว่า เพื่อบดบังภาพอันมิควรของสงฆ์ในระหว่างแสดงธรรม รวมถึงเพื่อสำรวมในการแสดงธรรม โดยตาลปัตรยุคแรก มีด้ามสั้นๆ เท่านั้น
            หลักฐานธรรมเนียมการใช้ตาลปัตรในลังกานี้ ปรากฏอยู่ในศิลปกรรมรูปพระพุทธเจ้าปางแสดงธรรม ศิลปะลังกา  ซึ่งทรงถือตาลปัตรด้ามสั้นไว้ที่หน้าตัก คติการถือตาลปัตรนี้ ต่อมาได้แพร่หลายไปในชุมชนโบราณที่รับอิทธิพลด้านศาสนาพุทธจากลังกา เช่น ยะไข่ พุกาม รวมถึงชุมชนโบราณในไทย เช่น ละโว้(ลพบุรี) ซึ่งพบหลักฐานศิลปกรรมพระพุทธรูปปางแสดงธรรม พระหัตถ์ข้างหนึ่งถือตาลปัตรด้ามสั้น อีกพระหัตถ์หนึ่งทำท่าประคองตาลปัตรอยู่ที่ด้านบน
            ธรรมเนียมการใช้ตาลปัตรนี้ต่อมาได้ส่งอิทธิพลให้แก่กรุงศรีอยุธยาด้วย โดยในสมัยอยุธยาตอนปลาย ได้ปรับปรุงรูปแบบด้วยการขยายด้ามจับให้ยาวขึ้นและใช้สืบเนื่องมาถึงกรุงรัตนโกสินทร์ แต่ได้มีการเพิ่มความหมายใหม่ให้แก่พระพุทธรูปปางแสดงธรรมที่ถือตาลปัตรบังไว้ด้านหน้า ด้วยการสื่อนัยใหม่ว่า เป็นเสมือน “เกราะบังภัย” สำหรับผู้สร้าง ดังปรากฏธรรมเนียมการสร้าง “พระชัย” ประจำรัชกาลในช่วงต้นรัตนโกสินทร์ ซึ่งสร้างขึ้นเป็นพระพุทธรูปปางแสดงธรรม ทรงถือตาลปัตรบังพระพักตร์ไว้หน้าด้าน เพื่ออัญเชิญไปพร้อมกับกองทัพในยามออกศึกสงคราม
อ่านรายละเอียดเรื่องนี้ได้ใน วิทยานิพนธ์เรื่อง พระพุทธรูปทรงถือตาลปัตรในประเทศไทย : ที่มาและความหมาย โดย ณัฐพล ทองนาค ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร
(ภาพ: พระพุทธรูปปางแสดงธรรม วัดโบสถ์สามเสน กรุงเทพฯ ที่มาภาพ: https://commons.wikimedia.org )
 
ประเด็นน่าสนใจ
- “อรุณเทพบุตร” บนหน้าบันโบสถ์ สัญลักษณ์ใหม่ใน “ศิลปะคณะราษฎร” [7 กรกฎาคม 2559 15:27 น.]
- “เสาปริศนา” ที่วัดป่ามะม่วง เมืองสุโขทัย [7 กรกฎาคม 2559 15:27 น.]
- ภาพถ่ายเก่า เผยยอดรัศมีของพระอจนะ สุโขทัย เดิมเป็นทรงดอกบัว [7 กรกฎาคม 2559 15:27 น.]
- จิตรกรรมวัดมหาสมณาราม สะท้อนแหล่งจาริกแสวงบุญ 3 ชนชั้น [7 กรกฎาคม 2559 15:27 น.]
- ประติมากรรม “พระร่วง-พระลือ” คือรูปแทนองค์ “พ่อขุนราม-พญาลิไทย” [7 กรกฎาคม 2559 15:27 น.]
- ชื่อเดิมของ “สุโขทัย” ในยุคบายน คือ “ศรีชยเกษมปุรี”? [7 กรกฎาคม 2559 15:27 น.]
- “นางกวัก” ไทย – “แมวกวัก” ญี่ปุ่น เกิดขึ้นเมื่อใด เกี่ยวข้องกันไหม? [7 กรกฎาคม 2559 15:27 น.]
- ในอินเดีย ไม่มี “แม่ธรณีบีบมวยผม” แต่นิยมในอุษาคเนย์ [7 กรกฎาคม 2559 15:27 น.]
- โคลงนิราศหริภุญไชย แต่งให้ “พระนางสิริยศวดี” กษัตริย์หญิงล้านนาเมื่อ 500 ปีที่แล้ว [7 กรกฎาคม 2559 15:27 น.]
- หนองบัวลำภู มี “พระบางคู่” สร้างโดย “พ่ออร-แม่อร” [7 กรกฎาคม 2559 15:27 น.]
ดูทั้งหมด

   หน้าแรก-รายการหนังสือ
   รู้จักเรา
   ประเด็นน่าสนใจ
   ชวนดู-ชวนฟัง
   ร้านจำหน่าย-วิธีสั่งซื้อ
   ติดต่อเรา
สำนักพิมพ์มิวเซียมเพรส
Hotline 081-9135011 ,081-4318084
E-Mail : museum_press@yahoo.com
Line id : museumpress
Copyright by museum-press.com
Engine by MAKEWEBEASY