ประเด็นน่าสนใจ
"พระหันหลังชนกัน" - ร่องรอยเมืองเหนือ ที่วัดวรเชตุฯ อยุธยา
[11 ธันวาคม 2553 19:19 น.]จำนวนผู้เข้าชม 5378 คน
“พระหันหลังชนกัน” - ร่องรอยเมืองเหนือ ที่วัดวรเชตุฯ อยุธยา
               
           ดร.ประภัสสร์ ชูวิเชียร ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร อธิบายไว้ในวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก เรื่อง
วัดวรเชตุเทพบำรุงฯ สรุปได้ว่า วัดวรเชตุเทพบำรุง ซึ่งเป็นวัดขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันตก นอกเกาะเมืองอยุธยา น่าจะได้รับการสร้างขึ้นมาแล้วตั้งแต่ราวครึ่งหลังของพุทธศตวรรษที่ 21 และต่อมาได้รับการบูรณะสร้างเสริมครั้งใหญ่ในในราวครึ่งแรกของพุทธศตวรรษที่ 22 (หรือในช่วงรัชสมัยของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ – สมเด็จพระเอกาทศรถ)
                จากการศึกษาของ ดร.ประภัสสร์ พบว่าในการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่นี้  อาจทำขึ้นด้วยวิธีที่แตกต่างไปจากเดิม นั่นคืออาจใช้ช่างจากหัวเมืองเหนือมาดำเนินการก่อสร้างหรืออาจเป็นช่างอยุธยาที่เคยเกี่ยวข้องกับช่างเมืองเหนือมาก่อน เนื่องจากพบว่าอาคารที่สร้างขึ้นในการบูรณะครั้งนี้ มีร่องรอยของศิลปะเมืองเหนืออย่างเด่นชัดและมีอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น
-           “พระหันหลังชนกัน” พระประธาน จำนวน 4 องค์ในอุโบสถ (ปัจจุบันพังทลายไปเกือบหมดแล้ว เหลือเพียงส่วนพระเพลา) คล้ายกับที่วัดภูมินทร์ จ.น่าน ,วัดในศิลปะพุกาม พม่า และพระสี่อิริยาบถ สุโขทัย
-           การเหลื่อมท้องไม้ของฐานบัวลูกฝัก ของพระปรางค์ประธาน คล้ายกับเจดีย์ทางเหนือ
-           เจดีย์ทรงปราสาท อิทธิพลล้านนา
-           การประดับปูนปั้นลวดลาย “มังกร” และลวดลายแบบจีน ที่มักพบในล้านนา
-           ซุ้ม ก่ออิฐเป็นโค้งแหลม คล้ายกับวิธีของล้านนา
               ดร.ประภัสสร์ อธิบายว่า ร่องรอยของศิลปะเมืองเหนือที่ปรากฏที่วัดวรเชตุฯ อาจเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ทางการเมืองระหว่างอยุธยากับหัวเมืองเหนือในช่วงครึ่งแรกของพุทธศตวรรษที่ 22 หรือเหตุการณ์ในช่วง พ.ศ.2127 ในสมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชา ที่มีการเทครัว เกณฑ์คนจากเมืองสุโขทัย ศรีสัชนาลัย และพิษณุโลกมาอยุธยา ซึ่งน่าจะมีช่างเข้ามาด้วยก็เป็นได้
               ส่วนประเด็นความเชื่อเดิม ที่อธิบายกันว่า วัดแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระเอกาทศรถ เพื่ออุทิศถวายสมเด็จพระนเรศวรนั้น แม้หลักฐานด้านศิลปกรรมจะมีอายุสอดคล้องกับความเชื่อดังกล่าวนี้ แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานระบุได้อย่างแน่ชัด โดยเฉพาะหลักฐานด้านเอกสาร และพงศาวดาร

 
ประเด็นน่าสนใจ
- ปี่เซี๊ยะ สัตว์ในจินตนาการของ “จีน” มาจากสิงโตมีปีกของ “ตะวันออกกลาง” [11 ธันวาคม 2553 19:19 น.]
- “ซานต้า ลูเซีย” เพลงประจำ ม.ศิลปากร คือชื่อ นักบุญหญิงแห่งอิตาลี [11 ธันวาคม 2553 19:19 น.]
- รูปบุคคลถือ “Model โบสถ์คริสต์” สื่อความหมาย “ผู้สร้างโบสถ์” [11 ธันวาคม 2553 19:19 น.]
- ปราสาทศิลาแลงที่นครสวรรค์ คือ “อโรคยศาลา”? [11 ธันวาคม 2553 19:19 น.]
- ร่องรอยกระจกสี “เก่าสุด” ในไทย พบที่โบสถ์คริสต์บ้านวิชาเยนทร์ ลพบุรี [11 ธันวาคม 2553 19:19 น.]
- กระจกสี “พระเจ้าหลุยส์ที่ 9 ถือมงกุฎหนาม” วัดพระคริสตหฤทัย ราชบุรี สื่อที่มามงกุฏหนามพระเยซูสู่ฝรั่งเศส [11 ธันวาคม 2553 19:19 น.]
- ภาพลักษณ์ซานต้าคลอส “อ้วน ใจดี มีเครา ใส่เสื้อแดง” เกิดขึ้นที่สหรัฐ เมื่อศตวรรษที่ 19 [11 ธันวาคม 2553 19:19 น.]
- ย่านสามเสน-บางซื่อ มีมาแล้วตั้งแต่สมัยอยุธยา [11 ธันวาคม 2553 19:19 น.]
- รอบอาคารโบราณญี่ปุ่นมีรูป 12 นักษัตร รับคติมาจากจีน [11 ธันวาคม 2553 19:19 น.]
- “อรุณเทพบุตร” บนหน้าบันโบสถ์ สัญลักษณ์ใหม่ใน “ศิลปะคณะราษฎร” [11 ธันวาคม 2553 19:19 น.]
ดูทั้งหมด

   หน้าแรก-รายการหนังสือ
   รู้จักเรา
   ประเด็นน่าสนใจ
   ชวนดู-ชวนฟัง
   ร้านจำหน่าย-วิธีสั่งซื้อ
   ติดต่อเรา
สำนักพิมพ์มิวเซียมเพรส
Hotline 081-9135011 ,081-4318084
E-Mail : museum_press@yahoo.com
Line id : museumpress
Copyright by museum-press.com
Engine by MAKEWEBEASY