ประเด็นน่าสนใจ
ส้วมพระสมัยโบราณ แยก "อุจจาระ" และ "ปัสสาวะ" ออกจากกัน
[8 พฤษภาคม 2554 19:25 น.]จำนวนผู้เข้าชม 8869 คน

ส้วมพระสมัยโบราณ แยก “อุจจาระ” และ “ปัสสาวะ” ออกจากกัน
                                       
                รศ.สมคิด จิระทัศนกุล อธิบายไว้ในหนังสือ “รู้เรื่อง วัด วิหาร โบสถ์ เจดีย์ พุทธสถาปัตยกรรมไทย” ว่า ในพระวินัยข้อหนึ่ง ระบุว่าวัดทุกแห่งจะต้องมี “ส้วม” หรือ “เว็จกุฎี”  โดยจะต้องจัดระบบให้อุจจาระ(คูถ) และ ปัสสาวะ (มูตร) ออกจากกัน เพื่อสุขอนามัยของคณะสงฆ์ เนื่องจากหากปัสสาวะรวมเข้ากับอุจจาระ จะทำให้เกิดการหมักเน่า ส่งกลิ่นเหม็น เกิดหนอน ทำให้แมลงวันตอม ส่งผลให้เกิดโรคระบาดได้ การแยกปัสสาวะออกไปไม่ให้ไหลเข้าปนกับอุจจาระ จะทำให้อุจจาระแห้งเร็วขึ้น ไม่ส่งกลิ่นเหม็นรุนแรง
              ในประเทศไทย พบการจัดระบบแยกอุจจาระกับปัสสาวะมาแล้วตั้งแต่สมัยสุโขทัยเป็นต้นมา ซึ่งคาดว่าคงได้รับวิถีปฏิบัติมาจากสงฆ์ฝ่ายลังกา  ดังได้พบหลักฐานแผ่นหิน ซึ่งคาดว่าทำขึ้นเพื่อปิดปากหลุมส้วม แผ่นหินนี้เจาะเป็นช่องกลมหนึ่งช่องสำหรับเป็นช่องอุจจาระ ส่วนทางด้านหน้าเซาะเป็นร่องยาว เพื่อเป็นร่องรับน้ำปัสสาวะให้ไหลแยกไปอีกทางหนึ่ง
               นอกจากในสมัยสุโขทัยแล้ว คาดว่าคงมีการทำ “เว็จกุฎี” ระบบนี้สืบต่อมาเป็นเวลานาน แต่ด้วยเทคนิคการก่อสร้างส้วมแบบใหม่ที่ทันสมัย มีถังกักเก็บที่มีสุขอนามัยที่ดี ไม่มีกลิ่น ซึ่งเกิดขึ้นมาเมื่อหลายสิบปีก่อน ทำให้ “เว็จกุฎี” แบบโบราณหมดความนิยมไป แล้วหันมาทำในระบบใหม่ทั้งหมด
               อย่างไรก็ตามทุกวันนี้ยังคงมี “เว็จกุฎี” แบบโบราณหลงเหลืออยู่ในต่างจังหวัดบ้าง ดังเช่นที่วัดใหญ่สุวรรณาราม จ.เพชรบุรี ซึ่งยังคงเก็บรักษาไว้ โดยทำเป็นอาคารยกพื้นสูง  มีช่องลมระบาย  ด้านข้างอาคารมีรางระบายปัสสาวะยื่นออกมา เพื่อแยกปัสสาวะให้ไหลแยกออกมาทิ้งที่ด้านนอกอาคาร ส่วนอุจจาระก็จะตกลงไปที่ใต้ถุน ซึ่งมีลมโกรกจะทำให้อุจจาระแห้งเร็วขึ้น

อ่านรายละเอียดของเรื่องนี้และประเด็นน่าสนใจอื่นๆ ได้อีกใน หนังสือ “รู้เรื่อง วัด วิหาร โบสถ์ เจดีย์ พุทธสถาปัตยกรรมไทย” เขียนโดย รองศาสตราจารย์ สมคิด จิระทัศนกุล ภาควิชาศิลปสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

 

ประเด็นน่าสนใจ
- ปี่เซี๊ยะ สัตว์ในจินตนาการของ “จีน” มาจากสิงโตมีปีกของ “ตะวันออกกลาง” [8 พฤษภาคม 2554 19:25 น.]
- “ซานต้า ลูเซีย” เพลงประจำ ม.ศิลปากร คือชื่อ นักบุญหญิงแห่งอิตาลี [8 พฤษภาคม 2554 19:25 น.]
- รูปบุคคลถือ “Model โบสถ์คริสต์” สื่อความหมาย “ผู้สร้างโบสถ์” [8 พฤษภาคม 2554 19:25 น.]
- ปราสาทศิลาแลงที่นครสวรรค์ คือ “อโรคยศาลา”? [8 พฤษภาคม 2554 19:25 น.]
- ร่องรอยกระจกสี “เก่าสุด” ในไทย พบที่โบสถ์คริสต์บ้านวิชาเยนทร์ ลพบุรี [8 พฤษภาคม 2554 19:25 น.]
- กระจกสี “พระเจ้าหลุยส์ที่ 9 ถือมงกุฎหนาม” วัดพระคริสตหฤทัย ราชบุรี สื่อที่มามงกุฏหนามพระเยซูสู่ฝรั่งเศส [8 พฤษภาคม 2554 19:25 น.]
- ภาพลักษณ์ซานต้าคลอส “อ้วน ใจดี มีเครา ใส่เสื้อแดง” เกิดขึ้นที่สหรัฐ เมื่อศตวรรษที่ 19 [8 พฤษภาคม 2554 19:25 น.]
- ย่านสามเสน-บางซื่อ มีมาแล้วตั้งแต่สมัยอยุธยา [8 พฤษภาคม 2554 19:25 น.]
- รอบอาคารโบราณญี่ปุ่นมีรูป 12 นักษัตร รับคติมาจากจีน [8 พฤษภาคม 2554 19:25 น.]
- “อรุณเทพบุตร” บนหน้าบันโบสถ์ สัญลักษณ์ใหม่ใน “ศิลปะคณะราษฎร” [8 พฤษภาคม 2554 19:25 น.]
ดูทั้งหมด

   หน้าแรก-รายการหนังสือ
   รู้จักเรา
   ประเด็นน่าสนใจ
   ชวนดู-ชวนฟัง
   ร้านจำหน่าย-วิธีสั่งซื้อ
   ติดต่อเรา
สำนักพิมพ์มิวเซียมเพรส
Hotline 081-9135011 ,081-4318084
E-Mail : museum_press@yahoo.com
Line id : museumpress
Copyright by museum-press.com
Engine by MAKEWEBEASY